Warning: Use of undefined constant article_css - assumed 'article_css' (this will throw an Error in a future version of PHP) in /var/www/akita-yulala/web/assets/themes/th/header.php on line 46

บทความพิเศษบทความพิเศษ

[เซ็นชูโคเอ็น Senshuu Kouen] สวนญี่ปุ่นที่ถ่ายทอดความงามของฤดูกาลทั้งสี่

千秋公園

桜まつり お堀のハス

ฤดูใบไม้ผลิ /
เทศกาลซากุระที่สวนสาธารณะเซ็นชู

ฤดูร้อน / บึงบัว

桜まつりお堀のハス

ฤดูใบไม้ร่วง / ใบไม้เปลี่ยนสีที่ด้านหน้าประตูปราสาทคุโบตะ

ฤดูหนาว / [Yukizuri] (สัญลักษณ์ของฤดูหนาว คือการนำเชือกหรือเส้นลวดขึงป้องกันกิ่งก้านของต้นไม่ให้กิ่งก้านของต้นต้องรับน้ำหนักของหิมะที่ตกลงมาเกาะค้าง จนทำให้กิ่งหัก โดยจะขึงเชือกตั้งแต่ยอดต้นลงมา ลักษณะเป็นรูปทรงกรวย)

จากสถานีอาคิตะ ใช้เวลาเดินประมาณ 10 นาที ก็จะมองเห็นป่าเขียวชอุ่มจากสวนสาธารณะเซ็นชู ที่สวนสาธารณะแห่งนี้เป็นสถานที่ ที่มีทัศนียภาพความงดงามตลอดทั้งสี่ฤดูให้ชื่นชม สามารถสัมผัสประวัติศาสตร์แคว้นอากิตะได้ที่มีพื้นที่2แสน goku ดื่มด่ำเพลิดเพลินไปกับความงามของธรรมชาติตามฤดู พร้อมกับชมร่องรอยของปราสาทสมัย เอโดะ

ในปีเคโจที่ 7 (ค.ศ 1602 ) หลังสงครามเซกิงะฮาระสิ้นสุดลง ได้มีการย้ายแคว้นจากแคว้นฮิตาจิ มาที่อาคิตะ ในยุคต้นผู้ที่ปกครองแคว้นอาคิตะคือ ซาตาเกะ โยชิโนะบุ หลังจากเข้ามาปกครองแคว้นอากิตะแล้ว ในปีถัดมาก็มีคำสั่งให้ใช้พื้นที่บริเวณทีมีลักษณะเป็นเนินดินสูงตามธรรมชาติ สร้างปราสาทคุโบตะขึ้นมา เป็นปราสาทแบบไม่มีหอคอย ไม่มีกำแพงหิน บริเวณรอบประสาทขุดเป็นคูเมืองกว้าง และกำแพงเนินดิน ซึ่งในส่วนของคูเมืองก็ยังคงเหลือไว้ให้เห็นอยู่ในปัจจุบัน ประวัติศาสตร์ของแคว้นอาคิตะสิ้นสุดลงในสมัยเมจิปีที่ 2 (ค.ศ 1869) รวมระยะเวลาทั้งสิ้น 12 สมัย เมื่อเข้าสู่สมัยเมจิ นางะโอกะ ยาสุเฮ เป็นผู้ออกแบบตกแต่งสวนได้ออกแบบเปลี่ยนให้เป็นสวนสาธารณะในแบบสวนญี่ปุ่น มาชื่นชมความงามของพฤษชาติ เช่น ซากุระ , ดอกโรโดเดนดรอน หรือกุหลาบพันปี และความงดงามของใบไม้เปลี่ยนสี ต่าง ๆ ตามฤดู พร้อมย้อนระลึกถึงบรรยากาศในสมัยเอโดะกันได้ที่นี่

เดินเล่นอย่างสบาย ๆ ผ่อนคลายอารมณ์ พร้อมกับการย้อนรอยศึกษาประวัติศาสต์

御隅櫓

ป้อมปราการปราสาทคุโบตะ

御隅櫓

ศาลเจ้าโยจิโรอินาริ (Yojirou inari Shrine)

お堀 二の丸

คูเมือง

ปราสาทชั้นใน

桜まつり お堀のハス

พิพิธภัณฑ์ข้อมูลประวัติศาสตร์ซาตะเกะ เมืองอาคิตะ

โอโมโนกาชิระโกบังโชะ (สถานที่ปฏิบัติงานของหัวหน้าทัพอะชิการุ)

คูเมือง
จากสถานีอาคิตะ เดินมาเรื่อย ๆ จนถึงถนนกว้างใหญ่ ก็จะเห็นคูเมืองด้านประตูใหญ่ และคูเมืองด้านประตูลับ คูเมืองนี้เป็นคูเมืองที่มีมาตั้งแต่สมัยเอโดะและยังคงอยู่มาจนถึงปัจจุบัน พื้นผิวน้ำจะสะท้อนความงดงาม เขียวขจีของสวนสาธารณะเซ็นชู ให้เราได้ชื่นชม
ปราสาทชั้นใน
จากถนนนากะทสึจิบาชิ เดินขึ้นทางลาดชันขึ้นไป จะเข้าสู่บริเวณของปราสาทชั้นใน มีสนามหญ้าขนาดใหญ่ และศาลาเรือนไม้ตั้งอยู่ บริเวณนี้เป็นสถานที่ ที่ผู้ปกครองเมืองอาคิตะใช้สำหรับชมละครโน และชมการแสดงตามประเพณี เทศกาลต่าง ๆ ของเมือง ที่นี่จะมีร้านจำหน่ายสินค้า เช่นของที่ระลึก ขนมดังโกะสามสี และยังมีสินค้าอื่น ๆ ให้ได้เลือกซื้อกลับไปเป็นที่ระลึก
พิพิธภัณฑ์ข้อมูลประวัติศาสตร์ซาตะเกะ เมืองอาคิตะ
พิพิธภัณฑ์แห่งนี้เป็นที่แสดงเอกสารข้อมูลต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างผู้ปกครองเมืองอาคิตะ และตระกูลซาตะเคะ สามารถศึกษาเรื่องราวการปกครองเมืองอาคิตะในสมัยเอโดะ ย้อนดูต้นตระกูลของซาตะเคะ ซึ่งเป็นตระกูลขุนนางเก่าที่สุดของญี่ปุ่น นอกจากจะมีข้อมูลประวัติศาสตร์ แล้วยังมีข้อมูลต่าง ๆ เกี่ยวกับเมืองรอบปราสาทด้วย
โอโมโนกาชิระโกบังโชะ (สถานที่ปฏิบัติงานของหัวหน้าทัพอะชิการุ)
เป็นสถานที่ทำการในสมัยเอโดะ อยู่ภายในปราสาทคุโบตะ ที่ยังคงถูกเก็บรักษาไว้อยู่ให้เห็นในปัจจุบัน เป็นสถานที่ปฏิบัติงานของหัวหน้าทัพอะชิการุที่ทำหน้าที่เปิด/ปิดประตูลำดับที่สองของประตูปราสาท (Nagasaka Mon) ดูแลรักษาความปลอดภัยภายในปราสาท ดับเพลิงกรณีเกิดไฟไหม้ เป็นต้น
ป้อมปราการปราสาทคุโบตะ
ภายในปราสาทคุโบตะ มีป้อมปราการทั้งหมด 8 แห่ง ป้อมปราการที่ถูกบูรณะขึ้นมาใหม่คือ ป้อมที่อยู่บริเวณปราสาทชั้นในฝั่งทิศเหนือ สร้างอยู่บนเนินดินสูง เป็นป้อมที่สำคัญทำหน้าที่ปกป้องการจู่โจม รุกล้ำจากข้าศึก เป็นจุดสำหรับสอดส่องดูความสงบเรียบร้อย และยังเป็นคลังเก็บอาวุธยุทโธปกรณ์ต่าง ๆ ในสมัยนั้น จุดชมวิวชั้นบนเป็นอีกจุดหนึ่ง ที่คนส่วนใหญ่นิยมขึ้นไปเพื่อชมทัศนียภาพอันงดงามของเมืองโดยรอบจากด้านบน จนถือได้ว่าเป็นสัญลักษณ์แห่งสวนเซ็นชู
ประตูหน้าปราสาทคุโบตะ
ประตูใหญ่หน้าปราสาทแห่งนี้ตั้งอยู่ในตำแหน่งที่สำคัญ จัดเป็นประตูหน้าของปราสาทชั้นใน ประตูแห่งนี้ได้รับการบูรณะปรับปรุงโดยอ้างอิงข้อมูลจากหลักฐานภาพวาด และเอกสารทางประวัติศาสตร์ ประตูทางเข้าออกหน้าปราสาทถูกสร้างด้วยไม้ ส่วนบนของประตูทางเข้าเป็นป้อมปราการหลังคามุงกระเบื้องดินเผา ทางฝั่งทิศใต้เป็นเรือนประจำการสำหรับผู้ที่ทำหน้าที่ดูแล เฝ้าตรวจตราความสงบเรียบร้อยในตอนกลางคืน เพื่อป้องกันการรุกล้ำจากบรรดาศัตรูหรือข้าศึก แสดงให้เห็นว่าในสมัยนั้นมีการป้องกันความปลอดภัยที่เข้มงวดมาก
ศาลเจ้าโยจิโรอินาริ (Yojirou inari Shrine)
ศาลเจ้าโยจิโรอินาริแห่งนี้ มีเรื่องเล่าอันน่าเศร้าที่เล่าสืบต่อกันมาว่า ที่เนินเขาชิมเมยามะซึ่งเป็นที่ตั้งของสวนสาธารณะเซ็นชูในปัจจุบัน วันหนึ่งมีสุนัขจิ้งจอกหนึ่งตัว มาปรากฎอยู่หน้าผู้บัญชาการทหารซาทาเกะ โยชิโนะบุ ผู้สร้างปราสาทคุโบตะ แล้วกล่าวว่า “การก่อสร้างปราสาททำให้ข้านั้นไม่มีที่อยู่อาศัย อยากให้ช่วยหาที่อยู่ให้ด้วย และหากท่านทำตามคำขอของข้าได้ ข้าจะทำตัวให้เป็นประโยชน์ต่อปราสาทนี้” เมื่อได้ฟังดังนั้น โยชิโนะบุ จึงจัดพื้นที่บริเวณใกล้กับสวนชาให้ และตั้งชื่อว่า “โยจิโร่ผู้พิทักษ์สวนชา” สุนัขจิ้งจอกโยจิโร่ ได้รับหน้าที่เป็นผู้รับส่งสารจากอากิตะ กับเอโดะ โดยใช้ระยะเวลาเดินทางไปกลับเพียงแค่ 6 วันเท่านั้น แต่โยจิโร่ถูกกลุ่มคนที่เคยรับหน้าที่นำส่งสารผู้ตกงานวางกับดักจับและฆ่าทิ้ง โยชิโนะบุรู้สึกเสียใจเป็นอย่างยิ่งกับการจากไปของสุนัขจิ้งจอกโยจิโร่ จึงเชิญดวงวิญญาณของโยจิโร่ให้มาสถิตย์อยู่ที่ศาลเจ้าโยจิโรอินาริแห่งนี้

เพิ่มความเพลิดเพลินไปกับสวนสาธารณะเซ็นชูมากยิ่งขึ้น

鳩みくじ

ฮาโตะมิกุจิ (Hato Mikuji) นกพิราบทำนายโชคชะตา

二の丸売店 茶室「宣庵」

ร้านจำหน่ายสินค้าภายในปราสาทชั้นใน

เรือนทำพิธีชงชา “เซ็นอัง”

ร้านจำหน่ายสินค้าภายในปราสาทชั้นใน
มีสินค้าพร้อมสรรพ อาทิ สินค้ารูปสุนัขพันธ์อาคิตะ ซอฟท์ครีม และของที่ระลึกต่างๆ
ฮาโตะมิกุจิ (Hato Mikuji) นกพิราบทำนายโชคชะตา
แวะไหว้ศาลเจ้าฮะจิมัง อากิตะ แล้วลองเสี่ยงทายโชคชะตาด้วยฮาโตะมิกุจิ ฮาโตะมิกุจิ คือกระดาษที่เขียนทำนายโชคชะตา โดยกระดาษที่เขียนคำทำนายจะถูกพับเป็นรูปนกพิราบน่ารัก
เรือนสำหรับทำพิธีชงชา “เซ็นอัง”
อีกมุมหนึ่งในสวนสาธารณะเซ็นชู มีเรือนสำหรับทำพิธีชงชาแบบดั้งเดิมตั้ง ให้บรรยากาศความรู้สึกที่สงบเงียบ ผ่อนคลาย อ่างน้ำทรงเรือ ที่อยู่ในสวนชานั้น เล่ากันว่าในปีบุงโระคุ (ประมาณ ค.ศ 1592-1596) คะโต คิโยะมาซะ ได้นำกลับมาจากเกาหลี และสิ่งของที่อยู่ในปราสาทโอซาก้า อิชิดะ มิตสึนาริก็ส่งมอบต่อให้ตระกูลซาตะเกะ